ข้อมูลและประวัติของ MacCready

มีสปอย : ข้อมูลของตัวละคร

Robert Joseph "RJ" MacCready (โรเบิร์ต โจเซฟ "อาเจ" แม็คเครดี้) อดีตนายกเทศมนตรีของเมือง Little Lamplight ในปี ค.ศ.2277 และผันตัวมาเป็นทหารรับจ้างอาศัยอยู่ในเขต The Commonwealth ในปี ค.ศ.2287

 

แม็คเครดี้เกิดในปี ค.ศ.2265 ที่ Capital Wasteland เขาได้ทำหน้าที่เป็นนายกเทศมนตรีของเมือง Little Lamplight เมืองที่มีแต่ผู้อาศัยเป็นเด็กๆและไม่มีผู้ใหญ่อยู่ในนั้นเลย แม็คเครดี้เป็นนายกของเมืองได้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ การที่เขาได้รับเลือกจากผู้อาศัยคนอื่นๆให้เป็นผู้นำก็เพราะว่า แม็คเครดี้นั้นไม่ใช่เด็กที่ดีแต่ปาก แต่มีฝีมือการต่อสู้และการแก้ปัญหาที่เก่งกาจพอตัวของเขานั้นก็ทำให้เขาถูกยอมรับจากเด็กคนอื่นๆได้ง่ายด้วย แถมแม็คเครดี้เองก็ไม่เคยกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบในด้านการเจรจา 

 

ถึงแม้เขาจะยังเป็นเด็ก แต่แม็คเครดี้นั้นก็เป็นพวกกระหายการต่อสู้และชอบตีรันฟันแทง ด้วยความที่เขาไม่ไว้วางใจผู้ใหญ่คนไหนๆเลย เขาจึงมีความเต็มใจที่จะระเบิดหัวและฆ่าใครสักคนหนึ่งทิ้งได้ เพื่อที่จะปกป้องลูกเมืองของเขาเอง ถึงแม้แม็คเครดี้จะก้าวร้าว แต่เขาก็ยังเป็นมิตรและพร้อมที่จะให้เกียรติกับผู้ที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนของเขาเอง

 

ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านไป นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2277 จนถึงปี 2287 แม็คเครดี้ที่เติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มก็มีชีวิตที่ลงเอยด้วยดี ด้วยการมีความรักและแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อว่า Lucy (ลูซี่) หลังจากที่ใช้ชีวิตร่วมกันได้ไม่นานนัก ลูซี่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Duncan (ดันแคน) มาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว

 

ในตอนที่แม็คเครดี้ได้พบกับลูซี่ในครั้งแรก เขาโกหกเธอไปเกี่ยวกับเรื่องอาชีพของเขาที่เขาทำอยู่ แม็คเครดี้บอกกับลูซี่ไปว่าเขาเป็นทหาร และปกปิดความจริงที่ว่าจริงๆแล้วเขานั้นเป็นทหารรับจ้าง ที่ฆ่าคนเพื่อแลกกับเงิน และแม็คเครดี้เองก็ไม่เคยบอกความจริงในเรื่องนี้ให้ลูซี่ได้รับรู้เลย 

 

จนวันหนึ่ง แม็คเครดี้ได้พาลูซี่และลูกชายของเขาไปหลบพักที่สถานีรถไฟร้าง แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าที่นั่นเป็นรังของพวก Feral ghoul จนทำให้ลูซี่ถูกพวกผีกูลทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งในเหตุการณ์นั้น แม็คเครดี้ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรกับภรรยาของเขาที่ถูกผีกูลทำร้ายได้เลย สิ่งที่เขาทำได้มีแค่การพาดันแคน ลูกชายของเขากับตัวของเขาเองให้หนีออกไปจากที่นั่น หลังจากเหตุการณ์การอันเลวร้ายที่ทำให้เขาต้องสูญเสียคนรักไป ไม่นานนักแม็คเครดี้กลับพบว่าร่างกายของลูกชายของเขานั้นติดเข้ากับโรคที่ไม่มีใครรู้จักและรักษาไม่หาย นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แม็คเครดี้เดินทางมาที่ The Commonwealth เพื่อมาหายาและหาวิธีรักษาโลกประหลาดให้แก่ลูกชายของเขา

 

เมื่อมาถึงที่ The Commonwealth แม็คเครดี้ได้รับการว่าจ้างงานโดยกลุ่ม Gunner (กันเนอร์) อยู่หลายครั้ง แต่ด้วยความที่งานที่เขาได้รับจากพวกกันเนอร์นั้นเป็นงานสกปรกที่เน้นฆ่าผู้คนที่บริสุทธ์เป็นหลัก แม็คเครดี้ไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เขาจึงยอมที่จะไม่รับงานและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกนี้อีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แม็คเครดี้ถูกไล่ล่าตามหาตัวจากพวกกันเนอร์อยู่หลายครั้ง เพื่อที่จะให้เขากลับไปทำงานเป็นมือปืนฝีมือดีแห่งกลุ่มกันเนอร์อีก แต่ถึงเขาจะไม่ทำงานเป็นนักฆ่าอีกแล้วก็ตาม แม็คเครดี้ก็ยังคงใช้ปืนไรเฟิลเป็นอาวุธและมีฝีมือในการใช้ปืนได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่เช่นเดิม

 

หลังจากที่ตัวเอกได้เดินทางจนไปพบกับแม็คเครดี้เข้าที่ร้านเหล้าที่ชื่อว่า The Third Rail ในเมือง Goodneighbor ซึ่งแม็คเครดี้นั้นกำลังเจรจาในเรื่องงานกับกันเนอร์ 2 คนอยู่ หลังจากที่พวกเขาเจรจากันเสร็จแล้ว ผู้เล่นสามารถเข้าไปคุยกับแม็คเครดี้และว่าจ้างให้เขามาเป็นคู่หูร่วมเดินทางได้ในราคา 250 Caps (หรือ 200 Caps หรือ 100 Caps ถ้าหากว่าใช้สกิลความสามรถด้าน CHA ในการต่อรอง) แต่ค่าจ้างที่จ่ายให้แก่เขาไปในตอนแรกนั้นผู้เล่นสามารถได้รับคืนได้ในทีหลัง หลังจากที่ทำเควสส่วนตัวเควสแรกของแม็คเครดี้จบ

 

อีกทั้งถ้าหากความสัมพันธ์ของแม็คเครดี้กับผู้เล่นเต็ม เขาจะให้สกิลที่มีชื่อว่า Killshot มา ซึ่งผลของสกิลนี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการยิงโจมตีส่วนหัวของศัตรูให้เพิ่มมากขึ้นถึง 20% เมื่อผู้เล่นเล็งยิงในหมวด V.A.T.S

 

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับแม็คเครดี้

- ระหว่างการเดินทาง ให้คุยกับแม็คเครดี้บ่อยๆ เพราะน้องแกจะมีความสามารถพิเศษให้กระสุนปืนแก่ผู้เล่นด้วย ซึ่งจะสุ่มจำนวนของกระสุนและชนิด ถ้าโชคดีมากๆอาจจะได้ Fusion cores ด้วยเลยก็ได้ (แต่ตาแม๊คแกจะไม่ดร๊อบกระสุนปืนจากภาค DLC ให้เด้อ ดร๊อบให้แต่กระสุนปืนจากในภาคหลักเท่านั้น)

- ถ้าหากผู้เล่นสั่งให้แม็คเครดี้ไปสวมชุด Power Armor ตาแม็คแกจะไม่สวมเกราะหมวกเหล็กที่เป็นส่วนหัว แต่จะเก็บเอาเข้าคลังเก็บของของเขาและสวมหมวกของเขาเองต่อไป 

- แม็คเครดี้เป็นตัวละครที่สามารถจีบโรแมนติกได้

- หลังจากที่ความสัมพันธ์ของผู้เล่นกับแม็คเครดี้เต็ม ตาแม็คแกจะให้ Wooden soldier toy ที่เป็นของเล่นรูปทหารไม้เป็นสิ่งตอบแทนแกผู้เล่น ซึ่งของชิ้นนี้เขาได้รับเป็นของขวัญมาจากลูซี่ ภรรยาของเขา ซึ่งลูซี่ได้ทำของเล่นชิ้นนี้และมอบให้แก่แม็คเครดี้ในตอนที่เขาบอกกับเธอว่าเขาเป็นทหาร ในตอนที่พวกเขาทั้งสองพบกันในครั้งแรก

- การรับเควสของ Whitechapel Charlie บาร์เทนเดอร์ที่อยู่ในบาร์ The Third Rail เป็นวิธีเพิ่มค่าความชอบของแม็คเครดี้ได้ดีที่สุด เพราะการต่อราคาว่าจ้างให้สูงขึ้น , การงัดแงะล็อกที่มีเจ้าของ , การลักขโมยของที่มีเจ้าของ ล้วนเป็นสิ่งที่ตาแม็คแกชอบให้ผู้เล่นทำทั้งนั้น

- ฐานะที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม็คเครดี้ได้พยายามที่จะลดละเลิกนิสัยที่เขาเคยทำไม่ดีไว้ในตอนที่เป็นเด็กด้วย เพราะบางครั้งเขาจะหยุดพูดกลางประโยคในทันทีถ้าเผลอหลุดพูดคำหยาบออกมา และพูดแก้ไขใช้คำให้ดูหยาบน้อยลง ที่เขาทำอย่างนี้นั้นเป็นเพราะว่า แม็คเครดี้ได้ให้สัญญากับดันแคน ลูกชายของเขาเอาไว้ว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และ "จะเป็นคนที่ดีกว่านี้" ให้จงได้

- ในเควส Duty or Dishonor ของฝ่าย Brotherhood of Steel ที่เป็นภารกิจให้ตามหาสเบียงที่หายไปในค่าย BOS ถ้าผู้เล่นปฎิเสธที่จะฆ่าผีกูลหรือปล่อยให้ Initiate Clarke หนีไป แม็คเครดี้จะเกลียดในสิ่งที่ผู้เล่นทำ นี่คงเป็นผลมาจากการที่ Feral ghoul ฆ่าภรรยาของเขาตาย

- ดูเหมือนว่าแม็คเครดี้จะไม่ชอบให้ตัวเองโดนน้ำจนร่างกายเปียก ถ้าหากผู้เล่นเดินลงไปว่ายน้ำ เขาก็จะแสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับน้ำตลอดทั้งเกม

- แม็คเครดี้ไม่ชอบเดินทางในตอนกลางคืน เขามักจะบอกว่าการเดินทางตอนกลางคืนนั้นอาจจะทำให้ถูกซุ่มโจมตีได้ และมันก็ทำให้มองไม่เห็นด้วยว่าศัตรูบุกมาจากตรงไหน

- แม็คเครดี้เป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมาก บางทีเขาจะพูดบ่นออกมาด้วยว่าอยากจะสูบบุหรี่

- ถ้าพาแม๊คเครดี้ไปยังสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าในโบสถ์ Trinity Church ถ้าโชคดีอาจจะเจอตาแม็คร้องไห้ให้ผู้เล่นเห็นด้วย แต่ตาแม็คแกจะแถว่า เขาไม่ได้ร้องไห้อยู่ แต่ฝุ่นมันเข้าตาของเขาต่างหาก เลยทำให้น้ำตาไหล

- เมื่อพาแม็คเครดี้ไปที่โรงยิมตรงส่วนที่เป็นลานกว้างใน Boston mayoral shelter ตาแม็คแกจะบอกด้วยว่า "เราเคยมีการติดตั้งห่วงสำหรับเล่นบาสเกตบอลใน Little Lamplight ด้วยนะ จนกระทั่ง Eclair ทำมันพังน่ะ ตั้งแต่นั้นพวกเราเลยอดเล่นบาสกันเลย

- เมื่อพาแม็คเครดี้เดินทางไปยังสถานที่ๆเป็นอุโมค์อยู่ใต้ดิน บางครั้งตาแม็คแกจะอุทานออกมาด้วยว่า "Tunnel Snakes Rule!" ซึ่งนี่เป็น Easter Eggs เล็กๆน้อยๆที่อ้างอิงไปถึงแก๊ง Tunnel Snakes ที่ปรากฎใน Fallout 3

- เมื่อพาแม็คเครดี้เดินทางไปที่ Diamond City แม็คเครดี้จะบอกกับผู้เล่นว่า "ฉันไม่ได้มาที่นี่นานแล้วนะ แต่จะบอกคุณให้ว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย" และเมื่อผู้เล่นพาเขาไปที่โรงแรม Dugout Inn , Vadim Bobrov (วาดิม โบบรอฟ) จะทักทายตาแม็คอย่างร่าเริงและถามหาลูซี่ว่า "แม็คเครดี้! ดีใจจังที่ได้เจอนาย Tovarisch. แล้วลูซี่ล่ะเป็นยังไงบ้าง? เท่าที่ฉันจำได้เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากเลยนะนั่น?" แม็คเครดี้จะตอบกลับไปว่า "ไม่... เธอไม่รอดน่ะ , วาดิม" จากบทสทนาผู้เล่นก็จะทราบได้ว่า ตาแม็คกับลูซี่ได้เคยมาที่ไดมอนต์ซิตี้แล้ว ในช่วงเวลาก่อนที่ลูซี่จะตาย และดันแคนยังไม่ป่วยหรือเขายังไม่ได้เกิด หรือวาดิมอาจจะได้เคยเจอดันแคนแล้วแต่วาดิมไม่ได้พูดถึงเขา

- เมื่อผู้เล่นเดินทางไปที่ Vault 81 แม็เครดี้จะบอกว่าชีวิตในวัยเด็กของเขานั้นเคยอาศัยอยู่ใกล้กับ Vault 87 มาก่อน และบอกกับผู้เล่นว่า Vault เป็นสิ่งที่อันตราย จากน้ำเสียงของเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า แม็คเครดี้ไม่ได้ไว้วางใจที่จะเข้าไปใน Vault เลยสักนิด

- เมื่อผู้เล่นเก็บหรืออ่านหนังสือการ์ตูน แม็คเครดี้จะบอกว่าตัวเขาในตอนเด็กๆนั้นชอบอ่านและเก็บสะสมหนังสือการ์ตูนมาก

- หลังจากที่ผู้เล่นความสัมพันธ์เต็มกับแม็คเครดี้และเลือกที่จะจีบโรแมนติกกับเขา ในฉากตอนตื่นนอนแม็คเครดี้จะพูดบอกว่า "ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะ ว่าคุณจะสามารถทำกับ Mutfruit แบบนั้นได้..." จากบทสนทนานี้นั้นจะตีความหมายออกมาได้ว่า ตัวเอกกับตาแม็คนั้นได้ YES กันเรียบร้อยแล้ว (เนื่องจากความหมายของคำพูดนี้มันติดเรทแรงมาก รินไม่พูดถึงเยอะละกัน ไปหาอ่านเอาเองเน้อ =///=)

- ในหนังสืออาร์ตบุ๊กของ Fallout 4 คนพิมพ์สะกดชื่อแม็คเครดี้ผิดและพิมพ์เป็นชื่อ McReady แทน

 


- ถ้าหากผู้เล่นได้จีบโรแมนติกกับแม็คเครดี้แล้ว บางทีเขาจะพูดบอกขอบคุณตัวเอกที่ช่วยชีวิตของเขา มาจากตัวของเขาเอง นั่นหมายความว่า บางทีก่อนหน้านี้ตาแม๊คอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าและเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายมาก่อน

- ถ้าพาแม็เครดี้ไปที่ Mahkra Fishpacking โรงงานส่งส่งออกปลาทางตอนเหนือ ตาแม๊คแกจะบ่นว่า “เลิกกินปลาเถอะนะ เพราะปลามันทำให้ท้องของฉันมีแต่แก๊ส คุณคงไม่อยากให้เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นอีกรอบหรอก”

- แม๊คเครดี้ชอบให้ตัวเอกรักเด็ก , ช่วยเหลือเด็ก แต่มีเด็กคนเดียวที่ตาแม๊คจะไม่พอใจถ้าตัวเอกให้ความช่วยเหลือ นั่นคือ Austin Engill เด็กจาก Vault 81 ซึ่งบางทีอาจจะเป็นบั๊กของเกมที่ทำให้ตาแม๊คไม่พอใจถ้าเราช่วยเหลือออสติน

- แม๊คเครดี้ไม่ชอบแดนท์ และแดนท์ซังเองก็ไม่ชอบตาแม๊คเช่นกัน ถ้าเราพาแดนท์เป็นคู่หูอยู่ แล้วไปสลับคู่หูเป็นแม๊คเครดี้แทนเขา แดนท์จะบ่นว่า “ฉันไม่รู้นะว่าทำไมคุณถึงอยากจะเดินทางไปกับเด็กนี่… เด็กที่ดื้อดึง แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจของคุณนี่นะ” แต่ถ้าผู้เล่นสลับคู่หูจากแม๊คเครดี้ไปเป็นแดนท์ ตาแม็คจะไม่พูดว่าอะไรแดนท์ซังเลย

- ถ้าพาแม๊คเครดี้ไปสลับกับคู่หูที่เป็นผู้หญิง หรือเอาคู่หูผู้หญิงมาสลับกับตาแม๊ค (เช่น ไพเพอร์ , เคท) คำพูดตอนที่สลับตัวกัน ตาแม็คจะพูดจาแนวจีบกันใส่สาวๆ

- แม๊คเครดี้มีอายุ 22 ปี นับว่าเป็นคู่หูร่วมเดินทาง (ที่เป็นเผ่ามนุษย์) ที่มีอายุน้อยที่สุดเลยทีเดียว

- ถ้าหากแม็คเครดี้เป็นคู่หูของผู้เล่นในระหว่างที่ผู้เล่นพูดคุยสนทนากับ Magnolia ครั้งแรกในร้านเหล้า The Third Rail ตาแม็คแกจะบอกว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของเพลงแนว Rock and Roll

- ถ้าหากแม็คเครดี้เป็นคู่หูของผู้เล่น และผู้เล่นไปขโมยของในห้อง VIP ในร้านเหล้า The Third Rail และโดนจับได้ แม็คเครดี้จะยกเลิกการเป็นคู่หูของผู้เล่นโดยอัตโนมัติและกลายเป็นศัตรูกับผู้เล่นทันที เหมือนกับที่ Preston Garvey เห็นผู้เล่นฆ่าชาวบ้านตายต่อหน้าของเขา แต่ถ้าไม่มีใครจับได้ตอนขโมยของ ตาแม๊คจะชอบในสิ่งที่ผู้เล่นทำ (จิ๊กของในนี้ทีไร ต้องมานั่งลุ้นใจแทบขาดว่าคราวนี้ตาแม็คแกจะเฮี้ยนไล่ยิงคนเล่นไหม...)

- ถ้าหากผู้เล่นไปขโมยของ หรือทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่เป็นมิตรกับคนในเมือง Goodneighbor แม็คเครดี้ก็จะยกเลิกการเป็นคู่หูของผู้เล่นโดยอัตโนมัติและกลายเป็นศัตรูกับผู้เล่นในทันทีเช่นกัน

- ชื่อของแม็คเครดี้ ผู้สร้างได้แรงบัลดาลใจมาจากตัวละครชายที่ชื่อว่า "R.J. MacReady" จากภาพยนต์เรื่อง The Thing

- ฟันของแม็คเครดี้นั้นกร่อนไปหมดแล้ว

 

แม็คเครดี้เป็นอีกตัวละครที่เราทำการบ้านมาเยอะค่ะ เพราใช้น้องแกเป็นคู่หูบ่อยมาก พาเป็นคอมปาเนี่ยนมาตั้งแต่เล่นเกม Fallout 4 ใหม่ๆเลย เราเลยเซียนข้อมูลของตานี่ชนิดที่ว่าแค่มองตาก็รู้ใจเลย อิอิ ♥

ส่วนอันนี้เป็น 53 ข้อสรุปเกี่ยวกับแม็คเครดี้ที่เราเคยเขียนไว้ ถ้าอ่านอันบนแล้วตาลาย อันนี้สรุปไว้ให้เป็นข้อๆแล้วเด้อ >> จิ้มจึ๊ก <<

 

Comment

Comment:

Tweet